ประชุมเชิงปฏิบัติการรับฟังความคิดเห็นร่างกรอบเป้าหมายพัฒนาภาคใต้ พ.ศ. 2571–2575
06 กุมภาพันธ์ 2569
วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.ปิยะวรรณ ขยันมาก ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 5 (บีโอไอ สงขลา) และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการรับฟังความคิดเห็นร่างกรอบเป้าหมายพัฒนาภาคใต้ พ.ศ. 2571–2575 โดยมี นายณฐพงศ์ วรรณรัตน์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธาน ซึ่งจัดขึ้นที่ โรงแรม เดอะ ซิกเนเจอร์ โฮเทล แอร์พอร์ต อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ร่างแผนพัฒนาภาคใต้ปี 2571 – 2575 มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Wellness Economy” โดยเน้นการเพิ่มผลิตภาพด้วยเทคโนโลยี การสร้างความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เดินหน้าส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม WELLNESS หรืออุตสาหกรรมสุขภาพเชิงองค์รวม ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ
ส่งเสริมการลงทุนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ มุ่งเน้นการดึงดูดการลงทุนในกิจการ Wellness ที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง มีการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม อาทิ กิจการส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพ การแพทย์แผนไทย กิจการผลิตอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รวมถึงกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างการจ้างงาน เพิ่มรายได้ และกระจายการลงทุนไปสู่ภูมิภาค
มาตรการส่งเสริมการลงทุน BOI ได้กำหนดสิทธิประโยชน์ทั้งด้านภาษีและไม่ใช่ภาษี เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างแรงจูงใจแก่ผู้ประกอบการและนักลงทุน อาทิ การยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล การยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบ การอนุญาตให้ผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติสามารถเข้ามาปฏิบัติงานในกิจการที่ได้รับการส่งเสริม ตลอดจนการให้บริการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนผ่านระบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service)
BOI ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการลงทุนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและชุมชน โดยสนับสนุนกิจการที่ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้พลังงานสะอาด ออกแบบสถานประกอบการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้วัตถุดิบจากชุมชนท้องถิ่น เช่น สมุนไพรไทย ซึ่งช่วยสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก
การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม Wellness สะท้อนบทบาทของ BOI ในการขับเคลื่อนการลงทุนที่มีคุณค่าและยั่งยืน พร้อมสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม Wellness ของภูมิภาคในอนาคต







ร่างแผนพัฒนาภาคใต้ปี 2571 – 2575 มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Wellness Economy” โดยเน้นการเพิ่มผลิตภาพด้วยเทคโนโลยี การสร้างความเท่าเทียมทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เดินหน้าส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม WELLNESS หรืออุตสาหกรรมสุขภาพเชิงองค์รวม ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ
ส่งเสริมการลงทุนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ มุ่งเน้นการดึงดูดการลงทุนในกิจการ Wellness ที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง มีการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม อาทิ กิจการส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพ การแพทย์แผนไทย กิจการผลิตอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รวมถึงกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างการจ้างงาน เพิ่มรายได้ และกระจายการลงทุนไปสู่ภูมิภาค
มาตรการส่งเสริมการลงทุน BOI ได้กำหนดสิทธิประโยชน์ทั้งด้านภาษีและไม่ใช่ภาษี เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างแรงจูงใจแก่ผู้ประกอบการและนักลงทุน อาทิ การยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล การยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบ การอนุญาตให้ผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติสามารถเข้ามาปฏิบัติงานในกิจการที่ได้รับการส่งเสริม ตลอดจนการให้บริการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนผ่านระบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Service)
BOI ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการลงทุนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและชุมชน โดยสนับสนุนกิจการที่ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้พลังงานสะอาด ออกแบบสถานประกอบการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้วัตถุดิบจากชุมชนท้องถิ่น เช่น สมุนไพรไทย ซึ่งช่วยสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก
การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม Wellness สะท้อนบทบาทของ BOI ในการขับเคลื่อนการลงทุนที่มีคุณค่าและยั่งยืน พร้อมสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม Wellness ของภูมิภาคในอนาคต















